การบริโภคคาเฟอีน ช่วยให้วันที่ซึมเศร้า..สดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาในทันทีจริงๆ แล้วกาแฟยังมีข้อดีนอกเหนือจากดื่มแก้ง่วง แล้ว กาแฟยังมีรสขมอีกด้วย หากใครได้เคยเยื้องย่างเข้าไปในร้านกาแฟสัมผัสแรกที่จะได้รับคือกลิ่นหอมของกาแฟ หอมอย่างมีเอกลักษณ์ อีกสัมผัสคือบรรยากาศที่ชวนให้น่าหย่อนก้นลงนั่งตรงมุมใดมุมหนึ่งของร้านแล้วก็นั่งคิดอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อยๆ … นั่งได้นานนาน..ไม่มีใครกล้าไล่..นอกจากว่าเขาจะปิดร้าน
ร้านกาแฟในบ้านในเมืองเรา..เกิดขึ้นมานานมาก หนังสือเล่มนึงเล่าไว้ว่าร้านกาแฟร้านแรกของไทยเกิดขึ้นในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2460 มีร้านเปิดขายกาแฟโดยมิสเตอร์มีสโคล ชาวอเมริกัน ที่มาตั้งรกรากอยู่ในแผ่นดินสยาม ตั้งชื่อร้านว่า “Red Cross Tea Room” ซึ่ง red cross นี่ก็หมายถึงสัญลักษณ์ของกาชาดนั่นแหละร้านนี้จะเปิดบริการเฉพาะวันพฤหัส เวลาบ่ายสามถึงหกโมงเย็น เพราะลูกค้าจะเป็นพวกข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ชาวต่างชาติ
ต่อมา..ต่อมาเรื่อยๆ ความนิยมในการดื่มกาแฟก็มีมากขึ้นตามจำนวนของนักเรียนไทยที่จบจากต่างประเทศมีการนำเอาวัฒนธรรมการบริโภคกาแฟและชาเข้ามาในประเทศมากขึ้น จนปัจจุบันร้านกาแฟ มีจำนวนเยอะมากมาย เกินกว่าจะนับไหวเลยทีเดียวเชียว
ร้านกาแฟเก่าๆ ร้านกาแฟอาโก อาแปะ เป็นที่คุ้นตาในเวลาต่อๆ มา ร้านกาแฟเหล่านี้ถูกเรียกว่า กาแฟโบราณ ด้วยเพราะความเก่าแก่ หรือเพราะคนที่ไปใช้บริการจะมีอายุจัดว่าแก่ ไม่รู้ได้..
ร้านกาแฟ กลายร่างเป็นสภากาแฟ ที่บรรดาคอกาแฟจะประชุมกันโดยมิได้นัดหมายก่อนเวลาพระจะออกเดินบิณฑบาตร มาพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยน ข้อคิด ความเห้นกัน เหตุบ้านการประปา การไฟฟ้า และการเมืองกัน โดยไม่ต้องดูเรื่องเล่าเช้านี้ของป๋าสอรายุด..เค้าก้อได้.. ร้านกาแฟรุ่นเก๋าที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่รุ่นเก๋า(ที่ไม่ใช่วัยละอ่อนอย่างเราๆ) เช่น ร้านกาแฟเอี้ยะแซ และร้านกาแฟ ออน ล็อก หยุ่น
ร้านกาแฟเอี้ยะแซ ในปัจจุบันได้ดำเนินการโดยคนรุ่นใหม่ มีการปรับเปลี่ยนเมนูกาแฟ และกลยุทธ์รูปแบบใหม่ๆ ให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ด้วย ดีทีเดียวส่วนร้านกาแฟออน ล็อก หยุ่น ก็จะเปิดให้บริการอยู่จนถึงปัจจุบันเช่นเดียวกัน อยู่ใกล้ๆ โรงหนังเฉลิมกรุง แถววังบูรพา ที่ยังคงบรรยากาศเก่าๆให้สัมผัสถึงความเก๋าของร้านกาแฟ
อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือคัมภีร์กาแฟ


