เหตุเกิด ณ ป้ายหยุดรถโดยสารในกรุงเทพฯ ริมถนนสายหนึ่ง
เช้าวันนี้..
เดินช้าๆเพื่อไปรอรถประจำทางเหมือนอย่างเคย
ที่ป้ายหยุดรถโดยสาร…ที่มายืนอยู่เป็นประจำ…นับเป็นแรมปี
วันนี้เงียบงัน ไร้ร้างผู้คน
ได้แต่รู้สึกเอ๊ะในใจ..เงียบๆ..รู้สึกเย็นเยือกจากกลางหลังถึงต้นคอ
รออยู่อีกครู่ใหญ่
เห็นรถเมล์มาไกลๆ…
เอ๊ะ..อีกครั้ง…เมื่อในระยะสายตาที่มองไป…เห็นรถจอดรอให้ผู้โดยสารทยอยขึ้นรถตรงจุดที่ไม่เคยเห็นจอด
เอ๊ะ..อีกรอบ..เมื่อป้ายหยุดรถสีฟ้า…ปรากฎชัดให้เห็น..ในระยะราว 20หรือ30เมตร
เอ๊ะ…เมื่อหันหน้ากลับไปกลับมามองหาความเปลี่ยนแปลง
เอ๊ะ..เอ๊ะ..เมื่อไม่เห็นว่าป้ายสีฟ้าๆ สูงๆ ที่มันเคยอยู่ ณ ที่ที่ฉันยืนอยู่…
เอ๊ะ..บัดนี้ ณ ตรงนี้ไม่มีป้ายรถเมล์ที่เคยมี…
เอ๊ะ..มองไปตรงโน้นที่ห่่างไป ป้ายดันไปโผล่ที่ตรงโน้น
เอ๊ะ..ย้ายป้าย
เหรอวะ?
เฮ้ย…
มันย้ายป้าย…
ทำไมวะ?
ก็ได้แต่สงสัยว่าจะย้ายทำไมวะ
ไม่ได้ช่วยให้ใครๆ สะดวกขึ้นเลย
อา…ผลประโยชน์ทับซ้อนแน่ๆ…อา หรือว่าฮั้วป้าย? หรือ ขสมก.เปิดประมูลป้าย?
แต่ก็หยุดติดข้อสงสัยไว้ก่อน..ซึ่งคงต้องหาคำตอบให้ได้แน่นอนถึงเหตุผล
(อาจต้องส่งจม.ร้องเรียนถึงท่านนาย ก. กรณีทำให้ประชาชนเดือดร้อนต้องใช้พลังงานปริมาณแคลอรีเพิ่มขึ้นจากระยะทางการเดินที่มากขึ้น เป็นผลทำให้ต้องบริโภคอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่อการวิถีการดำรงชีวิตในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง 55 และต้องร้องเรียนอีกเรื่องที่หน่วยงานที่รับผิดชอบมีการปกปิดข้อมูล ไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ไม่บอกให้รู้ภายหลัง…งุบงิบย้ายป้ายรถเมล์เงียบๆ…ส่งผลทำให้มีสภาวะงง..เกิดอาการเอ๊ะและเฮ้ยหลายครั้ง ทำให้ร่างกายต้องผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ จากการถอนหายใจหลายครั้ง ทำให้ปริมาณ co2 ในอากาศรอบตัวเพิ่มขึ้น..เกิดมลภาวะในที่ๆยืนอยู่..ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา)
ส่ายหน้าส่ายหัวกับตัวเอง..แล้วต้องเดินหงุดหงิดงุดงุดไปรอรถที่ป้ายโน้นก่อน…
เพราะป้ายนี้รถไม่ยอมจอดรับ…หรือฉันมัวแต่ส่ายหัวส่ายหน้า…คนขับเลยคิดว่า “มันไม่ไป”